อันนี้ผมไปได้ข้อมูลมาจากพี่โอ้ต รังสิตมานะขอรับ ยกความดีทั้งหมดให้แกเลยละกัน ไปอ่านในเวบบอดของเวบลีดรังสิตมานะครับ เลยยกมาให้อ่านกันประดับความรู้นะครับ
เชียร์ลีดดิ้งเกิดมาได้ยังไง.......
เริ่มจากเชียร์ลีดเดอร์อเมริกา มีประวัติเริ่มตั้งแต่ปีประมาณ ปลาย ปีค.ศ. 1880ในการแข่งขันรักบี้ระหว่างรั้วมหาวิทยาลัย ได้เริ่มมีการร้องตะโกนเชียร์กัน เป็นกลุ่ม ด้วย เนื้อความสั้น ๆ ว่า"Ray, Ray' Ray! TIGER, TIGER, SIS, SIS, SIS! BOOM, BOOM, BOOM! Aaaaah! PRINCETON, PRINCETON, PRINCETON!" ต่อมาในปี ค.ศ.1884 นายโทมัส พีเบิลย ์ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย พรินส์ตันได้นำการร้องเชียร์ที่ว่าไปใช้ในการเชียร์ที่มหาวิทยาลัยมินิโซต้าขึ้น จนในปี ค.ศ.1898 นายเจนนี่ แคมเบลนักศึกษามหาวิทยาลัยมินิโซต้า ได้ออกไป ยืนนำร้องตะโกนเชียร์ระหว่างการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลว่า "Rah, Rah, Rah! Sku-u-mar, Hoo-Rah! Hoo-Rah! Varsity! Varsity! Varsity, Minn-e-So-Tah!" อันเป็นเพลงเชียร์ที่ใช้จนปัจจุบัน และ นายโทมัส แคมเบล ได้ถือกันว่าเป็นผู้นำการเชียร์คนแรกของอเมริกานับแต่นั้นมาโดยเริ่มแรกได้รับ ขนานนามว่าเป็นผู้นำการตะโกนเชียร์ จากนั้น ก็เริ่มมีการตั้งกลุ่มนำในการ ตะโกนเชียร์ขึ้นตามลำดับจนมีการประยุกต์ยิมนาสติก และลีลาส เข้ามาใช้โดย เพิ่มผู้หญิงเข้ามาในหลังปี ค.ศ.1920ที่มหาวิทยาลัยมินิโซต้า และพัฒนาจนเป็น กีฬาอย่างนึงคู่กับการแข่งขัน รักบี้ และ บาสเก็ตบอล โดยเชียร์ลีดเดอร์ หมาย รวมถึง ผู้นำการตะโกนเชียร์ ผู้นำร้องเพลง ผู้นำสปิริตในการเชียร์ ขึ้นกับแต่ละ ทีม แต่มีจุดมุ่งหมายคือนำผู้ชม ให้เชียร์ทีมนักกีฬา และ สร้างสปิริตให้กับ กอง เชียร์และสถาบัน
ส่วนเชียร์ลีดเดอร์ในยุโรปเริ่มต้นประมาณปีค.ศ.1982 โดยรับอิทธิพลจากอเมริกา มาพร้อม ๆ กับ การแข่งขัน รักบี้ และบาสเกตบอล และยังแพร่หลายสู่การแข่ง ขันฟุตบอลและ ฮอกกี้น้ำแข็ง โดยปัจจุบันได้มีองค์กรรวมตัวเป็น สมาพันธ์เชียร์ ลีดเดอร์ในหลายประเทศในยุโรป เช่น Austria - Britain - Finland - Germany - Luxembourg - Norway - Slovenia - Sweden - Switzerland
ญี่ปุ่นมีกลุ่มที่ทำหน้าที่นำกองเชียร์อยู่สองกลุ่ม คือ โอเอ็นดัน หรือว่า กลุ่มนำ เชียร์กับกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์แบบใน อเมริกา แรกเริ่มเป็นการรับอิทธิพลเข้ามาพร้อมกับกีฬาจากประเทศทางตะวันตก ในช่วงสมัย เมจิ (1868-1921) และหลังจากนั้นจากช่วงปี 1890 เริ่มเกิดมีกลุ่มนำเชียร์ แต่งตัวเครื่องแบบนักเรียน นำเชียร์ด้วยการร้องตะโกนเพลง เชียร์ประกอบ กับ การตีกลอง โบกธงประจำสถาบัน ทำหน้าที่กระตุ้นให้กำลังใจในการแข่งขันกีฬา
อีกด้านหนึ่ง กล่าวกันว่า เริ่มจากสมัย สงครามโลกครั้งที่สอง ได้มีการจัดตั้งกลุ่มคนขึ้นเพื่อ ร้องเพลง ปลุกขวัญให้ กำลังใจสำหรับ นักบินกามิกาเซ ซึ่งจะต้องนำเครื่องบินบรรทุก ระเบิดบิน พุ่งชน ศัตรูแล้วเสียชีวิต จากนั้น ได้กลายมาเป็นลักษณะการนำเชียร์ ปลุกใจนักกีฬาโดยจะนำให้ กองเชียร์เคาะจังหวะ สัญญาณ ตะโกนเชียร์พร้อม ๆ กัน โดยลักษณะท่าทางการนำเชียร์จะ นำมาจากการแสดงคาบุกิอันเป็นศิลปะ การแสดง ดั้งเดิมของญี่ปุ่นประกอบกับท่าทางของ กีฬาซูโม่ กีฬาที่ นิยมใช้ทีม โอเอ็นดัน ก็ได้แก่ เบส บอล และแข่งพายเรือส่วน เชียร์ลีดเดอร์ เป็นการรับเข้ามา จากอเมริกาประมาณค.ศ. 1987 โดยยึดรูปแบบตามอเมริกา และมีการจัดการ แข่งขันขึ้นมาประจำ ปัจจุบัน การเชียร์ในญี่ปุ่นจะเป็นการร่วมกัน ระหว่าง สองชมรม คือ โอเอ็นดัน และ เชียร์ลีดเดอร์
เชียร์ลีดเดอร์ไทยเองก็มีที่มาเป็นของตัวเอง สันนิษฐานว่าแรกเริ่มมาจากการ นำร้องเพลงเชียร์และแปรอักษรหน้ากองเชียร์ ต่อมาได้ประยุกต์ท่าทางการคุม จังหวะเพลงของคอนดักเตอร์ผู้คุมวงดนตรีเข้ามาใช้ โดยในสมัยก่อน ผู้ทำการ นำเชียร์ก็มักเป็นผู้ทำหน้าที่ต่าง ๆ หน้าแสตนด์เชียร์ไปด้วย จนภายหลังได้จัด ให้มีทีมเชียร์ลีดเดอร์แยกเฉพาะต่างหากเพื่อใช้ควบคุม จังหวะการร้องเพลง เชียร์โดยเฉพาะ ส่วนประวัติโดยละเอียดนั้นไม่มีการบันทึกไว้แน่นอน ได้แต่ สันนิษฐานว่าการเชียร์และแปรอักษรนั้นเริ่มจากการเชียร์ระหว่าง สี่โรงเรียน ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตร ส่วนเชียร์ลีดเดอร์นั้น น่าจะเริ่มจาก การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ นั่นเอง ปัจจุบันได้มีการนำระบบเชียร์ลีดเดอร์แบบอเมริกาเข้ามาใช้ในบ้านเรามากขึ้น รวมทั้งเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์เองก็ได้นำมาใช้บ้าง แต่กระนั้น ก็เป็นเพียงการ ประยุกต์ใช้เนื่องจากระบบการเชียร์ เพลงเชียร์ ของบ้านเราไม่เหมือนกับที่ ต่างประเทศ ในอนาคตคงจะเป็นลักษณะ ผสมผสานกันกันมากกว่าที่จะเปลี่ยน ไปเป็นรูปแบบอย่างในต่างประเทศ